วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เทคโนโลยีสารสนเทศ

แหล่งสารสนเทศ กับ การศึกษาตลอดชีวิต
 การรู้สารสนเทศมีความสำคัญต่อการศึกษาทั้งระดับอุดมศึกษา และทุก ๆ ระดับสำหรับ ผู้ที่กำลังศึกษา รวมถึงนักวิจัยค้นคว้า นักวิชาการศึกษา สายงานบริหาร การจัดการ และบุคคล ทั่วไป  ศาสตร์ความรู้ทุก ๆ ด้านย่อมต้องอาศัยมาตรฐานทางวิชาการ เพื่อผลงานการศึกษาค้น คว้าที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับนับถือกันอย่างทั่วหน้า
   รศ.ดร.ฉลอง ทับศรี มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึง เทคโนโลยีสารสนเทศ ไว้ว่า มี ลักษณะความสามารถในการเข้าถึงผู้ใช้อย่างทันที ได้ทุกที่ ได้ทุกคน เทคโนโลยีสารสนเทศโดย ตัวมันเองมีสมรรถภาพสูง ประโยชน์หรือโทษที่เกิดขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน โรงเรียนและระบบ การศึกษาไทย น่าจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลในการใช้สื่อมหัศจรรย์นี้ การสร้างประโยชน์และ ป้องกันไม่ให้โทษขึ้นอยู่กับผู้เกี่ยวข้องหลาย ๆ ฝาย ที่จะต้องวางแผน จักการใช้ประโยชน์มันให้ได้

   ประโยชน์ของสารสนเทศมีมหาศาล แต่จะมีประโยชน์ หรือให้โทษ
ย่อมขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานสื่อมหัศจรรย์นี้ ข้อดี คือ สมรรถภาพที่สูง รวดเร็วทันใจ ใช้งานไม่ยาก ไม่ กำหนดเวลา สถานที่ และบุคคลผู้ใช้งาน ด้วยข้อดีที่หลากหลายจึงมีผู้ที่นิยมใช้งานเป็นจำนวน มาก

   รศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวถึงความ สำคัญของการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ในงานวิจัยเรื่อง  Information  Literacy  Skills  of University Students in Thailand คือ การส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษาในการเรียนรู้ การ แสวงหาความรู้ เพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมโดย เฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการสืบค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ทักษะการเรียนรู้สารสนเทศ เป็นทักษะ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และเป็นทักษะพื้นฐานของการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ การ มีทักษะการรู้สารสนเทศ จึงเป็นเสมือนผู้มีปัญญา มีความสามารถในการค้นคว้า แก้ปัญหาเฉพาะ หน้าได้ จึงมีการกำหนดมาตรฐานการรู้สารสนเทศของผู้เรียนแต่ละระดับ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน มีทักษะการรู้สารสนเทศตามมาตรฐาน โดยทักษะการรู้สารสนเทศ เป็นทักษะในการระบุความต้อง การ ค้นหา วิเคราะห์และใช้สารสนเทศ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและการตัดสินใจ เป็น ทักษะสำคัญในการรู้วิธีการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ
   สารสนเทศเข้ามามีอิทธิพลต่อการดำเนินกิจกรรมของมนุษย์ ได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐาน ในการศึกษาค้นคว้าของนักศึกษาทุก ๆ ระดับการศึกษา สามารถเข้าถึงได้จากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นแหล่งค้นคว้าส่วนตัว หรือส่วนรวม ห้องสมุดได้เปิดบริการให้ผู้สนใจใคร่รู้ทุกคนใช้งานได้ ที่บ้าน ที่ทำงาน โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยได้รวบรวมสารสนเทศชนิดและประเภทต่าง ๆ อย่าง มาก และหลากหลายวิธีการเข้าถึงสารสนเทศ ด้วยความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการสื่อสารทำให้แหล่งสารสนเทศต่าง ๆ นำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ประโยชน์ในการบริหาร จัดการเพื่อการเข้าถึงสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้โดยการ เชื่อมโยงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลก จึงกลายเป็นแหล่งสารสนเทศที่ใหญ่ที่สุด มนุษย์ใช้งานมาก ที่สุดและให้ความสำคัญที่สุดในโลก ณ ปัจจุบันนี้



วัตถุประสงค์

        1.พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้ามาผสมผสานในการจัดการเรียนการสอน (Hybrid Education) เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน  การเรียนรู้ตามอัธยาศัยและการเรียนรู้ตลอดชีวิต        2.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์และบุคลากรให้มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรู้ ความเข้าใจ ซาบซึ้งในปรัชญาของวิชาศึกษาทั่วไปและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก้าวทันเทคโนโลยี มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำความรู้ในศาสตร์และสาขาวิชาที่เชี่ยวชาญมาบูรณาการในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนานิสิตให้เป็นบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรมและมีลักษณะอันพึงประสงค์       3.พัฒนาหลักสูตรวิชาศึกษาทั่วไปให้มีคุณภาพ ทันสมัย และมีรายวิชาเลือกที่หลากหลาย เพื่อพัฒนานิสิตให้มีอัตลักษณ์ มศว และเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ       4.พัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมต่าง ๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในลักษณะบูรณาการ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต      5. บริหารจัดการทรัพยากรบุคคล งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ และอาคารสถานที่ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนวิชาศึกษาทั่วไป และการพัฒนาการเรียนรู้ของนิสิตอย่างเป็นระบบ โดยประสานและร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนานิสิตอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล      6.ผลิตและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ตำรา หนังสือ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ และสื่อสร้างสรรค์อื่น ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน และเผยแพร่สู่ชุมชนผ่านระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยไม่จำกัดกลุ่มผู้เรียน เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมอุดมปัญญา      7. จัดกิจกรรมบริการวิชาการ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมมือกันเพื่อให้เกิดพลังที่จะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืนภายใต้แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง      8. จัดกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมและธำรงไว้ซึ่งการปฏิบัติที่ดีงามตามขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมไทย


พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 มีสาระสำคัญ ในเรื่อง “การศึกษาตลอดชีวิต”  และได้ให้ความหมายไว้ว่า “ การศึกษาตลอดชีวิต” คือ การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2542 )
ทำไมจึงเน้นที่ “ การศึกษาตลอดชีวิต
สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ คือ การดำรงอยู่ของมนุษยชาตินั้น อยู่ได้ด้วยการศึกษา การเรียนรู้เพื่อการอยู่รอด การเรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข การเรียนรู้เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตทุกอย่างทุกเรื่อง เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และตลอดชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนมีการศึกษาที่เป็นแบบตลอดชีวิตอยู่แล้ว  แต่อาจเป็นเพราะว่าการแข่งขันในวงการศึกษาทั้งสถาบันการศึกษาภายในประเทศ และต่างประเทศ มีสูงขึ้น และยังเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ กับคุณภาพชีวิตของประชาชาติอีกด้วย  การที่รัฐบาลได้ทำให้ทุกคน ทุกองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบทางการศึกษาได้ตระหนักถึงการให้เกิดการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ โดยมีการจัดเตรียม มีการบริหารจัดการเพื่อการนี้อย่างเป็นรูปธรรม ย่อมจะมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนว่าการที่ให้ประชาชนมี การศึกษาตลอดชีวิต คือยุทธวิธีที่จะสามารถสร้างคุณภาพแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าของไทย  เยาวชน ได้รับการศึกษาที่ดี มีระบบและขบวนการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสม การศึกษาในระดับสูงสามารถผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพได้สอดคล้องกับการพัฒนาของชาติ และแช่งขันกับนานาชาติได้ ประชาชนทั่วไปสามารถแสวงหาความรู้เพื่อยังประโยชน์ในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความรู้ความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นพัฒนาสิ่งแปลกใหม่ ในอันที่จะแสดงถึงศักยภาพของแต่ละบุคคลโดยอิสระ จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั่วไป และอาจส่งผลถึงหนึ่งผลิตภัณฑ์ หนึ่งตำบล ที่มีคุณภาพ และเหนืออื่นใดคือ การศึกษาตลอดชีวิตนี้ จะเป็นการศึกษาที่ประชาชนได้นำความรู้ที่ได้จากการแสวงหาด้วยวิธีการต่าง  นี้ ไปพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ของคนๆ นั้น โดยพึ่งพิงคนอื่นน้อยที่สุด แต่เขาเหล่านั้นสามารถแสวงหาสารสนเทศได้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้เกิดการศึกษาในความหมายของ “ การศึกษาตลอดชีวิต “ ได้อย่างมีคุณภาพ
แหล่งสารสนเทศกับการศึกษาตลอดชีวิต

 
แหล่งสารสนเทศทุกประเภท อันได้แก่ ห้องสมุด ศูนย์เอกสาร หรือแหล่งที่ให้บริการสารสนเทศที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ย่อมถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องต่อการให้การศึกษาตลอดชีวิต ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะแหล่งสารสนเทศ คือแหล่งที่ให้บริการสรรพวิทยาการ ดังนั้นแหล่งสารสนเทศต่างๆ เหล่านี้จึงมีภารกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับการให้การศึกษาโดยตรง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องสามารถให้บริการเพิ่อสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตของประชาชนในชาติ เพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาล 
ตามความหมายของการศึกษาตลอดชีวิต ที่กล่าวมาข้างต้น เราพอจะมองเห็น ความเป็นไปได้ อย่างมาก และคงจะหลีกเลียงไม่ได้ ที่จะต้องเป็นแหล่งแสวงหาความรู้ของประชาชน ทั้งการให้บริการเพื่อการศึกษาในระบบ นอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  
ดังนั้น เราจึงน่าจะต้องมาพิจารณาว่า ถ้าหาก แหล่งสารสนเทศทุกประเภท จะต้องมีหน้าที่ในการให้บริการที่กว้างขึ้น เพื่อตอบสนอง และสอดคล้องกับ การศึกษา ที่เป็นการบริการสรรพวิทยาการ เพื่อการศึกษาตลอดชีวิตแล้ว แหล่งสารสนเทศจะต้องมีความพร้อมอย่างไรบ้าง และจะทำอะไรได้บ้างเพื่อการนี้ ซึ่งอาจจะต้องพิจารณาสิ่งต่อไปนี้

1. 
ความพร้อมของแหล่งสารสนเทศ  ว่ามีมากพอที่จะให้นักแสวงหาข้อมูลทั้งหลายได้เลือกใช้หรือไม่ เช่น ห้องสมุดที่มีคุณภาพที่ให้บริการในระดับประเทศ หรือในระดับท้องถิ่นมีเพียงพอหรือไม่ และแหล่งแต่ละแหล่งนั้น มีทรัพยากรที่จะให้บริการได้สมบูรณ์เพียงใด 
2. 
ความพร้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงสารสนเทศ  อันหมายถึง การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการเข้าถึงสารสนเทศที่ต้องการ อาทิ การนำเอาคอมพิวเตอร์ เข้ามาจัดเก็บข้อมูล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ให้สามารถเรียกใช้ข้อมูลจากทางไกลได้โดยง่าย  มีบริการอินเตอร์เน็ต บริการฐานข้อมูล CD-ROM  หรือการจัดกระทำใดๆ เพื่อการบริการที่สามารถเอื้อต่อการศึกษาตลอดชีวิต
3. 
ความพร้อมในด้านอื่นๆ อาทิ การที่แหล่งสารสนเทศมีนโยบายในการให้บริการเพื่อสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตอย่างชัดเจน โดยอาจจะมีการประกาศ มีการประคุณภาพการปฏิบัติงานที่มุ่งไปสู่การศึกษาตลอดชีวิต หรืออื่นใดที่บ่งชี้ว่า เป็นการบริการเพื่อการพัฒนาคุณภาพของประชาชนโดยไม่มีขอบเขตในเรื่องใด  
ใน สาม ประเด็นที่กล่าวข้างต้นนี้ เป็นสิ่งที่จะต้องมีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ต่อไป เพราะแต่ละประเด็นยังอาจจะเป็นคำถาม และการคาดเดาที่หาคำตอบให้กับความเป็นไปได้อย่างไม่เต็มที่ การสอดประสาน การขอความร่วมมือ จึงยังอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ มากกว่า การที่แหล่งทุกแหล่งจะสามารถเอื้อให้เกิดการศึกษาค้นคว้า อย่างไม่มีขอบเขต แก่ทุกคนได้ แหล่งทุกแหล่งยังมีข้อจำกัดในการให้บริการตามขอบเขต ของประเภท และมุ่งตอบสนองเพื่อผลิตคุณภาพของคนในองค์กรของตนเท่านั้น ยังไม่มีพลังที่จะเอื้อให้กับใครอื่นได้อีก และหากทำได้ก็ยังติดอยู่กับ กฎ ระเบียบ อีกมากมาย

ilc.swu.ac.th/?page_id=40




 









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น